ช็อปกระจาย สินค้าทุกชนิด

วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

กล้วยเขียวแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องโชคช่วย(ผลจากการทดลองล้วนๆ)

















สรปภาพรวม และปัญหาที่เกิด ภายในสวยกล้วยหอมคาเวนดิช
ข้อมูลประกอบ
ดินตรงนี้ถมใหม่เพื่อยกความสูงหลังจากโดนน้ำท่วม
ดินปลูกมี 3 อย่าง แยกกัน

  •  ซ้ายมือสุด ขี้เถ้าเก่า มีความเป็นกรดสูง มากต่ำกว่า 4
  •  วงตรงแถวกลางใช้ขี้เคํก ขี้อ้อยจากโรงงานเป็นวัสดุปลูก
  •  วงขวามือสุด ใช้ดินชั้นล่าง ขุดขึ้นมาใส่เลย
  •  ส่วนที่ปลูกนอกวง เป็นดินถมใหม่่ ที่ไม่มีการปรับปรุงใดๆ
เนื่องจากเป็นดินถมไหม่ จึงต้องคิดถึงอาหารเข้มข้น ที่รากสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว แล้วไม่ถูก ตรึงด้วยสภาพของดิน หรือให้น้อยที่สุด การใช้ปุ๋ยเม็ดจึงเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นดินชั้นล่าง ไม่มีอินทรีย์วัตถุ ที่จะมาช่วยดูดซับ อาหาร เพราะดินแน่นมาก(ขอข้ามเรื่องธาตุประจุบวก ประจุลบไปก่อน)
.
เมื่อจำเป็นต้องปลูกทันที พร้อมกับทำการปรับสภาพดิน หลังจากปลูก ได้เอาขึ้เค๊ก ใส่ที่หน้าดิน บางๆ จากนั้น ราด รด ด้วย น้ำทุก2-3 วัน โดยการใช้สปิดร์ทอนาโด เทลงในสระ ผสมลงไปจางๆ
.
จนกล้วยเริ่มติดดี โตมาได้สัก 50-60 ซม ซึ่งถือว่ารอดแล้ว
สิ่งที่ต้องตรวจอยู่ตลอดเวลา คือเรื่อง ดินที่ใช้กลบหลุม ว่าหลวมหรือโพรงหรือไม่ ซึ่งมักจะเจอบ่อยๆหลังปลูก เพราะเป็นดินเหนียวแน่น
.
โดยสังเกตุจาก ใบกล้วย ถ้าเหลืองที่โคนใบอ่อน หรือใบแก่มีอาการขาดอาหาร หรือลำต้นลีบๆ เหล่านี้ ส่วนมาก กินจาก ดินโพรง ดินไม่แน่น รากลอย  อาการกล้วยไม่โต 100% เกิดจากดิน มีปัญหา
.
ฉนั้น 1 อาทิตยฺหลังจากปลูก จึงมีการเดินตรวจ ทุกหลุม
.
อย่างที่บอก ว่าเป็นดินถมใหม่ ไม่มีอาหารในดิน ในช่วงแรก กล้วยแสดง อาการ ขาดธาตุอาหาร มากอาการเหลืองที่โคนใบมั่ง ใบคลี่ไม่ออกบ้าง จากการสังเกตุใบอย่างไกล้ชิดตลอดเวลา พอสรุปได้ว่า น่าจะขาด ธาตุในกลุ่ม   อย่าง เหล็ก ทองแดง แม็กนีเซี่ยม สังกะสี กลุ่มนี้ (เดาเอาจากประสบการณ์เพราะไม่มีเครื่องมือราคาแพงๆ มาวัด)
.
จึงมีการทดลองคิดสูตร อาหารตัวใหม่ขึ้นมา ใช้ในเรื่องนี้ ว่าทำยังไง ให้มีอาหารครบ 13+3 ตัวแบบครบๆ ให้รากพืน สามารถดูดซับ ได้ไวที่สุด โดยไม่ต้องมามัวเปลี่ยนแปลง รูปทางเคมีมาก กว่าจะได้ใช้...จนได้ออกมาในชื่อ M-Pro+2 ซื่องได้ทดลองให้ต้นละ ประมาณ ครึ่งช้อนชาโดยประมาณ ทุก 5-7-10วัน ตามอายุกล้วย โดยการละลายย้ำ แล้วรดที่ไกล้ๆ โคนต้นเป็นประจำ 
.
ปัญหาใบเหลือง ที่ยอด ถือว่าแก้ใข ได้จบแล้ว
.
วันนี้สิ่งที่มองอยู่ คือเรื่อง แคลเซี่ยม กับโบร่อน ว่าจะจัดการบริหารยังไง ให้มันลงตัวแล้วงบประมาณ ที่จำกัด(หมดทุน555)
.
แคลเซี่ยม คงใช้ ยิปซั่มเป็นหลัก น่าจะประหยัดที่สุด ลงทางดิน เพราะแค่ อาสัยฉีด ยังไงก็คงไม่เพียงพอต่อความต้องการของกล้วย.....(อะไรที่ฉีด มันจะต้องแพง เพราะมันต้องมีตัวทำละลาย ไม่ค่อยจะคุ้มค่า)
.
ตัวปัญหาคือโบร่อน ถึงแม้กล้วยจะใช้น้อย แต่มันจำเป็นมากๆ ที่จะต้องมี เพราะมันส่งผลต่อการติดดอก ออกผล(แล้วมันก็แพง เพราะต้องฉีด)
.
มันมีอยูตัวนึง เป็นโบร่อนที่ฝังลงดินได้ นำเข้ามาจากอเมริกา มีการเอามาใช้ในสวนปาล์ม ตัวนี้ถือเป็นทางเลือก ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด เท่าที่คิดไว้ เป็นไปได้มากที่สุดที่จะแก้ปัญหาการขาดโบร่อน 
.
เรื่องทองแดง ก็มองไปที่ คอปเปอร์ แต่จะเป็นรูปผงหรือน้ำนั้นค่อยตัดสินใจอีกที
เหล็ก รูปของคีเลท ก็แพงเอาเรื่อง แต่ถือว่าดีที่สุดสำหรับพืช 
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ถุก นำมาทดลอง ในสวน อยู่ตลอดเวลา หรือแม้แต่ หลักการ แนวคิด ในการเพิ่ม คาบอนไดออ๊กไซด์ ในช่วงเวลา 8-10 โมงเช้า เพราะกระตุ้นการสังเคราะห์แสง การตรวจเช็คสภาพอากาศเพื่อการให้อาหาร ที่ถูกต้อง ถูกที่ถูกเวลา สภาพอาการที่พืชคายน้ำ ได้ดีที่สุด ตรงไหน อุณหภูมิใบที่เท่าไร ที่ปากใบ เปิดหรือจะปิด แสงต้องมีความเข้มข้นเท่าไร เรารู้ว่า อากาศประมาณนี้ กล้วยดูดน้ำมาก อากาศประมาณนี้ กล้วยหยุดดูดน้ำ
....
นั่นคือสิ่งที่วันนี้ เราพอรับรู้ได้จากการทดลอง จากการสังเกตุ จากการจับ มองอย่างเพ่งพินิจ คิดอย่างวิทยาศาสตร์ มันคงไม่ตรงเป๊ะๆ เพราะเราไม่มีเครื่องมือ  มีแค่ สองมือ สองตา คาดดะเน เอา ร่างกายเราคือตัววัดอุณหภูมิ ความร้อนแห้ง ความร้อนที่ชื้น ที่สัมผัสร่างกายเรานั่นละ คือเครื่องวัด
..
ท้ายที่สุดก็คือ ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนา ของเราเท่านั้น ทำให้การทำของเรา เพื่อ ผลผลิตสูงสุด แล้วประหยัดที่สุด ก็เพื่อความอยู่รอด ของตัวเราเอง..ไม่มีใครมาช่วยเราได้ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน...สวัสดีวันเสาร์ ที่ 5-5-61


1 ความคิดเห็น:

  1. อืม ก็ได้ประโยชน์ ตรง
    ในการเพิ่ม คาบอนไดออ๊กไซด์ ในช่วงเวลา 8-10 โมงเช้า

    ผมได้สั่งซ์้อ เครื่องจากจีนมาแล้ว

    ตอบลบ